สร้างงานวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระดาษทดเจ็ดแผ่น (ตอนที่ 1)
บรรยากาศการอบรมครูในการทำวิจัยในชั้นเรียนเมื่อวันที่ 23-25 เมษายน 2546 ที่คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน มีครูเข้ารับการอบรม 46 คน จาก 17 โรงเรียน ซึ่งอยู่ใน 4 จังหวัดรอบๆ วิทยาเขตกำแพงแสน และคุณครูจากโรงเรียนวัดบางน้ำชน จาก กทม. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยากร(ผู้เขียน) ให้ผู้เรียนคือคุณครู พาวิทยากรและผู้เข้าอบรมเข้าไปชมการทำงานของคุณครูในชั้นเรียนเพื่อชื่นชมการทำงานหรือการสอนครู ไม่ต้องกังวลกับ ”วิจัย” เราจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวคิดและตามไปดูความสำเร็จ สุดท้ายเราน่าจะได้เรียนรู้วิธีการอย่างมืออาชีพ อุปกรณ์การเรียนรู้ครั้งนี้ คือ “กระดาษทดเจ็ดแผ่น”
กระดาษทด เป็นกระดาษที่มีคำถามนำทางการคิด ครูจะทบทวนงานสอนที่ปฏิบัติในชั้นเรียนอย่างเป็นปกติตามแผนของครู ให้ครูเล่างานสอนเป็นขั้นเป็นตอนที่วิทยากรออกแบบไว้ ขอเชิญติดตามการทำงานของครูกลุ่มนี้ต่อไป
กระดาษทดแผ่นที่หนึ่ง คิดย้อนระลึกถึงความสำเร็จ
เป็นเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ที่นักเรียนแสดงพฤติกรรมที่น่าพึงพอใจ เป็นความภาคภูมิใจของครูที่มีส่วนส่งเสริมผลักดันให้เกิด บรรยากาศการนำเสนอเต็มไปด้วยความสดชื่น เป็นธรรมดาของครูที่มีความสุขเมื่อคุยถึงความสำเร็จของนักเรียน ขอยกตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น
คุณครูเสนาะ สงวนจีน แห่งโรงเรียนบ้านหนองซ่อนผึ้งผดุงวิทย์ บรรยายถึงสภาพโรงเรียน นักเรียนชั้น ป.5 และ 6 จำนวน 29 คน จัดเวรดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ทั้งในด้านความสะอาด ปลูกและดูแลต้นไม้ทำให้โรงเรียนดูสดใสและร่มรื่นจนได้รับคำชมจากผู้ปกครองและผู้มาเยี่ยมโรงเรียน
คณะครูจากโรงเรียนวัดบางน้ำชน เล่าว่า ในวันแสดงมหกรรมหนึ่งโรงเรียนหนึ่งการเรียนรู้ของ กทม. ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น โรงเรียนได้นำเสนอการเรียนรู้การรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยจุลินทรีย์ EM พบว่า นักเรียนสามารถเป็นผู้บรรยายทั้งความรู้เกี่ยวกับ EM การปฏิบัติการหมักและขยาย EM ตลอดจนผลการใช้ EM ในการปลูกพืช เลี้ยงปลา และเลี้ยงไก่ต่อสาธารณชนได้อย่างคล่องแคล่ว นักเรียนมีความมั่นใจ และเป็นที่ชื่นชมของผู้ใหญ่ที่เข้ามาชมงาน
กระดาษทดแผ่นที่สอง ทบทวนแผนการสอน ”เด็กเก่งเพราะครู”
ครูคาดหวังว่านักเรียนจะเรียนรู้และทำอะไรได้บ้าง
ครูสอนอย่างไร มีเทคนิคการสอนอะไร เพื่อให้นักเรียนทำได้
จากตัวอย่างในกระดาษทดแผ่นที่หนึ่ง
ครูเสนาะ สงวนจีน สอนนักเรียนโดยรวม 2 ชั้น (เป็นปกติของโรงเรียนนี้ มีครูไม่ครบชั้น) ใช้แผนการสอนวิทยาศาสตร์ ในหัวข้อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน ให้แบ่งกลุ่มทำกิจกรรม โดยให้นักเรียนร่วมกันคิด กำหนดวิธีการ และแบ่งการทำงานที่ต่างมีความรับผิดชอบต่อกัน ในส่วนที่เป็นความรู้เกี่ยวกับการดูแลต้นไม้ ครูใช้วิธีบรรยายและพานักเรียนลงไปสังเกตและปฏิบัติในสนาม ให้นักเรียนจดบันทึกและสรุปประเมินการทำงาน ให้ใช้การประชุมเพื่อปรับปรุงงาน ครูเสนาะ สงวนจีน เรียกวิธีสอนของตนเองว่า วิธีสอนแบบผสมผสาน
คณะครูจากโรงเรียนวัดบางน้ำชน จัดแผนการสอนแบบบูรณาการ ครูสอนเป็นทีม 4 คน จัดกลุ่มผู้เรียน 2 ระดับชั้น คือ ป. 1 และ 2 ป. 3 และ 4 ป. 5 และ 6 แผนการสอนแต่ละคู่ระดับ มีความง่ายยากตามระดับ ตั้งชื่อแผนว่า “EM คู่คิดพิชิตความสกปรก” “EM ขยายหลากหลายรูปแบบ” และ “จุลินทรีย์มหัศจรรย์ EM“ ใช้เวลาสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 2 ชั่วโมง ตลอด 1 ภาคเรียน ให้นักเรียนเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมจากเอกสารที่ครูจัดเตรียมไว้ให้ พานักเรียนไปทัศนศึกษาแหล่งความรู้ EM ที่จังหวัดสระบุรี นักเรียนมีโอกาสเรียนรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ แลกเปลี่ยนแย้งในระหว่างการทำงานกลุ่ม และนำเสนอความรู้ในรูปของการทดลอง บรรยายสาระด้วยการสื่อความหมายที่ถูกต้องตามหลักภาษาไทย ตลอดจนนำเสนอความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกัน มีผลงานเป็นผลิตภัณฑ์ที่แจกจ่ายและจำหน่ายได้
จากการแลกเปลี่ยนของครูในกระบวนการคิดตามกระดาษทดสองแผ่น ครูได้โชว์ฝีมือระดับครูมืออาชีพ วิทยากรได้สรุปในตอนนี้ว่า การสอน เป็นงานที่ครูปฏิบัติ ซึ่งเรียกว่า “ปฏิบัติการสอน” พรุ่งนี้ เราจะเข้าไปตรวจสอบตามหาความจริงว่าปฏิบัติการสอนของครูมีคุณภาพหรือไม่ การตามหาความจริงนี้ เราจะพิจารณาจากความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างความพยายามของครูกับผลการเรียนรู้ของนักเรียน สิ่งที่ได้จะเป็นข้อสรุปที่ยืนยันว่าการสอนของครูทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ วิธีการหาความจริงเช่นนี้ เป็นการวิจัยแบบหนึ่งที่เรียกว่า ex post facto research
โปรดติดตามจากการเรียนรู้ในกระดาษทดแผ่นต่อไปในฉบับหน้า