สร้างงานวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระดาษทดเจ็ดแผ่น(ตอนที่ 5สุดท้าย)
จากการสังเกตคุณครูขณะที่ทำงานกับกระดาษทดแผ่นที่ห้า
นักเรียนเรียนรู้อะไร และกระดาษทดแผ่นที่หกครูเรียนรู้อะไร พบว่า
ครูที่วางแผนการสอนเป็นทีมอย่างโรงเรียนวัดบางน้ำชนมีการแลกเปลี่ยนความทรงจำ ลำดับภาพเหตุการณ์ในห้องเรียนและหาข้อมูลผลงานผล
สอบของนักเรียน และบันทึกของครูมายืนยันจนเห็นพ้องแล้วสรุปได้ชัดเจน ส่วนครูที่ทำการสอนเดี่ยว เช่น ครูชมพูนุช หิรัญวงษ์ จากโรงเรียนบ่อสุพรรณวิทยา ครูนภาพร ศรีทองทรัพย์ จากโรงเรียนวัดหนองลานและ
ครูรัชนีกร อุดมผล จากโรงเรียนบางลีวิทยา ต่างครำเคร่งกับเอกสารการสอนและหลักฐานต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบตนเองว่า นักเรียนเรียนรู้อะไร และครูเรียนรู้อะไร ในการทำงานของครูในห้องอบรมการวิจัยนั้น ครูมีเพื่อนครูจากโรงเรียนเดียวกันบ้าง ต่างโรงเรียนบ้าง ช่วยให้ความเห็นต่อข้อสรุป
ว่ามีเหตุผลเชื่อมโยงและหลักฐานสนับสนุนเพียงพอหรือไม่อย่างไร
เมื่อครูได้ตรวจทานการทำงานถึงกระดาษทดแผ่นที่หก ครูเกือบทุกคนสามารถบอกจุดอ่อนของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของตนเอง และสามารถบอกจุดเด่นและจังหวะของการทำงานในชั้นเรียนของตนได้มากทีเดียว เพียงพอที่นำมาปรับปรุงสำหรับการสอนครั้งต่อไปได้อย่างมั่นใจว่านักเรียนจะเกิดการเรียนรู้ได้มากกว่า การเรียนรู้ที่อยู่บนพื้นฐานของการสอนของตนเอง จะทำให้ครูพัฒนาสู่ความเป็นครูมืออาชีพอย่างแท้จริง
กระดาษทดแผ่นที่เจ็ด จึงให้ชื่อว่าครูมืออาชีพ ผู้เขียนตั้งใจจะให้ครูสะท้อนการเรียนรู้ของตนเองอย่างมีสติบนพื้นฐานของการปฏิบัติการสอนของตนเองที่มีหลักฐานที่นำไปสู่ความภาคภูมิใจในการสอนตนเอง
กระดาษทดแผ่นนี้ ออกแบบเป็นตาราง 2 ช่อง ช่องแรกหรือช่องทางซ้ายมือเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับกระบวนการสอน ซึ่งมีทั้งหมด 11 รายการ เป็นขั้นตอนการนำความคิดไปสู่การเขียนรายงานวิจัย ช่องที่สองหรือช่องทางขวามือ คือ คำตอบของครูนักวิจัย โดยใช้หลักฐานจากการวิเคราะห์ในกระดาษทดแผ่นที่ 1-6 ซึ่งมีหลักการ เหตุผล และข้อมูลสนับสนุนการลงข้อสรุป
สำหรับฉบับนี้ขอเสนอตัวอย่างกระดาษทดแผ่นที่เจ็ดของคณะครูโรงเรียนวัดบางน้ำชนดังนี้
กระดาษทดแผ่นที่เจ็ด ครูมืออาชีพ
คณะครูโรงเรียนวัดบางน้ำชน
| คำถามลำดับกระบวนการสอน | คำตอบของครูนักวิจัย |
| 1. หลักการ เหตุผลของการเลือกใช้หรือออกแบบการสอน (กระดาษทดแผ่นที่ 1) มาจากแหล่งใด
¦ทฤษฎีการเรียนรู้ ¦ทฤษฎีพัฒนาการของเด็ก ¦ประสบการณ์ที่ลองปฏิบัติมาแล้ว ¦เลียนแบบจากการปฏิบัติของ… |
ประสบการณ์ที่ได้ลองปฏิบัติมาแล้ว |
| คำถามลำดับกระบวนการสอน | คำตอบ |
| 2. วัตถุประสงค์ของการสอนครั้งนี้ครูต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้อะไร (กระดาษทดแผ่นที่ 1) | - ทักษะการปฏิบัติ
- มีความรู้และอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้ |
| 3. ความตั้งใจของการนำผลการสอนมาศึกษาย้อนดู(ตามงานที่ทำมาในกระดาษทดแผ่นที่ 1 ถึง 6 ) คืออะไร | ต้องการปรับปรุงแผนการสอนและกิจกรรม เพื่อว่าจะสอนได้ดีมีประสิทธิภาพ |
| 4. เทคนิคที่ใช้สอนประกอบด้วยชุดของกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนได้เกิดการเรียนรู้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ท่านจะเรียกชื่อเทคนิคหรือชุดกิจกรรมนี้ว่าอย่างไร ขอให้สรุปสาระอย่างย่อ ๆ (กระดาษทดแผ่นที่ 2) | การสอนแบบรู้จริงทำได้เพราะได้จึงทำ จำไม่ลืม |
| 5. ผลที่คาดว่านักเรียนจะได้เรียนรู้ สรุปเป็นข้อ ๆ ได้กี่ประเภทให้เขียนอธิบายสั้น ๆ (กระดาษทดแผ่นที่ 2) | 1.ทักษะในการปฏิบัติจริง
2.มีความรู้ 3.มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ |
| 6. เครื่องมือที่ใช้ตรวจสอบผลการเรียนรู้ มีคุณภาพหรือไม่ จงอธิบาย มีเกณฑ์การแปลคะแนนอย่างไร (กระดาษทดแผ่นที่ 3,4) | มีคุณภาพเพราะตรวจ
ความสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการวัด มีเกณฑ์การให้คะแนนและแปลผลอย่างชัดเจน |
| คำถามลำดับกระบวนการสอน | คำตอบ |
| 7. การปฏิบัติการสอน สามารถทำตามแผนหรือไม่ มีการปรับแก้อย่างไร และได้ผลอย่างไร | ไม่สามารถทำตามแผนได้ มีการแก้ไข |
| 8. การดำเนินการสอนครั้งนี้ สรุปผลที่ได้มีความน่าพอใจเพียงใด มีส่วนที่ควรปรับปรุงแก้ไขหรือไม่อย่างไร (กระดาษทดแผ่นที่ 4,5,6) | ยังไม่เป็นที่น่าพอใจต้องปรับกิจกรรมและเครื่องมือการประเมิน |
| 9. เทคนิคการสอนตามที่กล่าวมานี้ จะนำไปใช้อีกเพื่อให้เกิดประสิทธิผล จะต้องแก้ไขอย่างไร
(กระดาษทดแผ่นที่ 6) |
- ปรับเวลาเรียน
- ปรับกิจกรรม - ปรับเครื่องมือการวัดผล |
| 10. ถ้าจะนำเทคนิควิธีสอนนี้ไปใช้กับการสอนเรื่องอื่นๆ จะต้องทำอย่างไร มีเหตุผลสนับสนุนอย่างไร | จัดหน่วยการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เอื้อต่อการเรียนรู้หลายสาระอย่างสอดคล้องกลมกลืน แล้วจัดกิจกรรมที่เร้าความใฝ่รู้ของผู้เรียนได้ปฏิบัติและสามารถสรุปการเรียนรู้อย่างมีความหมาย |
| 11. ที่กล่าวมาข้อ 1 ถึง ข้อ 10 เขียนเป็นรายงานฉบับหนึ่ง เรียกว่า รายงานวิจัยในชั้นเรียน ตามรูปแบบการวิจัยเชิงบรรยายย้อนดูกระบวนการสอนและผลการปฏิบัติในอดีต และเสนอแนะแนวทางปฏิบัติการสอนที่ดีขึ้นเพื่ออนาคต | วิจัยในชั้นเรียนระดับชั้น ป.1 – ป.2 |
หลังจากครูเกิดความเข้าใจการสอนของตนเองด้วยการตรวจสอบกระดาษทดทั้งเจ็ดแผ่นแล้ว ครูได้เขียนรายงานวิจัย ซึ่งผู้เขียนขอนำเสนอตัวอย่างของคณะครูนักวิจัยแห่งโรงเรียนวัดบางน้ำชนโดยสังเขป ดังนี้
รายงานผลการจัดกิจกรรมบูรณาการการเรียนเรื่อง EM
เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2
จุดประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาการผลการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยกิจกรรมบูรณาการการเรียนรู้ EM เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ ศึกษาความเหมาะสมของกิจกรรมบูรณาการที่สร้างขึ้น
ผู้วิจัยเป็นครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 จำนวน 4 คน มีนักเรียนรวม 42 คน ทำการสอนภาคปลายปีการศึกษา 2545 โดยจัดการเรียนแบบรวมชั้นและสอนเป็นทีม ใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ เนื้อหาที่ใช้คือการใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ (EM) กับการรักษาความสะอาดในชีวิตประจำวัน จำนวน 5 แผน ดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกันของครูและนักเรียน ตรวจสอบผลการปฏิบัติงานด้วยการสังเกตและสอบวัดความรู้ด้วยแบบทดสอบ วิเคราะห์ผลการสอน ทบทวนแก้ไขในระหว่างสอนตามแบบวงจรการพัฒนา PDCA (วางแผนให้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายการเรียนรู้ ปฏิบัติกิจกรรมที่กำหนดในแผน เก็บข้อมูลตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม และปรับกิจกรรมให้เหมาะสมเพื่อวางแผนปฏิบัติในวงจรใหม่) แล้วปฏิบัติการตามแผนที่ปรับพร้อมเก็บข้อมูลแล้วสรุปผลพิจารณาอีกครั้ง
ผลการศึกษาพบว่า นักเรียนมีความรู้ความสามารถตามจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ นักเรียนตั้งใจ เรียนด้วยความสนุกสนาน ขณะเดียวกันครูได้สร้างกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ได้หลากหลายที่เหมาะกับวัยของผู้เรียน
การวิจัยครั้งนี้ ครูได้เรียนรู้เทคนิควิธีสอนที่เหมาะสมกับนักเรียนและ การทำงานร่วมกันระหว่างครูกับครู และครูกับนักเรียน
ผู้เขียนได้ติดตามการเรียนรู้ของคณะครูแห่งโรงเรียนวัดบางน้ำชน คณะครูนักวิจัยได้พัฒนาเป็นโครงการสอนที่มีแผนปฏิบัติที่ชัดเจน และการทำวิจัยปฏิบัติการสอนอีกรอบหนึ่งเพื่อตอบคำถามหลัก 2 ข้อ คือ หนึ่ง นักเรียนเรียนรู้อะไรจากกิจกรรมบูรณาการ และสอง. แผนกิจกรรมบูรณาการมีจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข และมีจุดเด่นที่ควรเสริมอย่างไร ในชื่อเรื่อง “การพัฒนาการเรียนรู้การใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพด้วยกิจกรรมบูรณาการของโรงเรียนวัดบางน้ำชน” ในภาคการศึกษาถัดมา คณะครูนักวิจัยนำเสนอผลการวิจัยต่อที่ประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 42 และส่งเข้าประกวดวิจัยในชั้นเรียน ของสมาคมวิจัยสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทยใน ปี 2548 ได้รับการยกย่องว่า เป็นงานวิจัยในชั้นเรียนประเภท
รางวัลดี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2548