สร้างงานวิจัยในชั้นเรียนด้วยกระดาษทดเจ็ดแผ่น (ตอนที่2)
สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องเรียน เป็นภาพการทำงานของครูและนักเรียน ครูวางแผนกำหนดเป้าหมาย คัดสรรกิจกรรม และด้วยใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความปรารถนาที่ให้ศิษย์ได้เรียนรู้ ผลลัพธ์ที่ได้ ครูมักสมหวัง ที่แตกต่างไปบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องผิดหวัง แต่เป็นสิ่งที่ครูเรียนรู้และเติมเต็มความเชี่ยวชาญของครู เมื่อครูได้ทบทวนตรวจสอบเหตุการณ์ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ภายในเหตุการณ์นั้นเยี่ยงนักวิจัย
นี่คือความตั้งใจของผู้เขียน ที่ประสงค์ชวนครูดีมาปฏิบัติการให้เกิดผลการวิจัยด้วยกระดาษทดเจ็ดแผ่น เพราะผู้เขียนเชื่อว่า “ครูดีเป็นนักวิจัยได้ ไม่ยากเลย “
จากบันทึกในกระดาษทดช่วยเตือนความทรงจำสื่อความคิดให้มีความต่อเนื่องพัฒนาปัญญา (ต้นไม้พูดได้ที่วัดป่าดาราภิรมณ์ เชียงใหม่ จารึกว่า “จำดีกว่าจด ถ้าจำไม่หมดจดดีกว่าจำ” ผู้เขียนขอต่อเติมว่า สำหรับครูที่จริงจังกับการสอน จำเป็นต้องจำและจด ) เริ่มด้วยการแลกเปลี่ยนความภาคภูมิใจของครู ในกระดาษทดแผ่นที่หนึ่ง คิดย้อนระลึกถึงความสำเร็จ จากนั้น ตามดูกระดาษทดแผ่นที่สอง เด็กเก่งเพราะครู เป็นการถ่ายทอดให้เห็นว่าครูตั้งใจเลือกเฟ้น ออกแบบกิจกรรมการสอนที่จะทำให้นักเรียนสามารถบรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ที่ครูกำหนดไว้ ต่อไปเราจะตามไปดูว่าครูดำเนินการสอนจนบรรลุผลอย่างไร โดยติดตามด้วยกระดาษทดแผ่นที่สาม
กระดาษทดแผ่นที่สาม
ตรวจสอบผลการเรียนรู้ด้วยข้อมูลจริง เป็นขั้นตอนการปฏิบัติการสอนตามปกติ เมื่อครูนำแผนการสอนไปใช้ในห้องเรียน ทุกขณะของการทำงาน ครูจะสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน เริ่มตั้งแต่ความสนใจ ความร่วมมือในกิจกรรมที่ครูออกแบบ ดูการแสดงออกในท่าทีที่สะท้อนว่าสนใจ เข้าใจ และ ประทับใจ จนถึงทำได้ด้วยความเข้าใจและคล่องแคล่ว ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมตรงกันข้าม ครูจะปรับท่าที เปลี่ยนกิจกรรมตามความจำเป็น เพื่อกระตุ้นความสนใจ เรียกร้องให้ตั้งใจ และอาจมีมาตรการช่วยเหลือ หรือลงโทษตามความเหมาะสม โดยรักษาบรรยากาศการเรียนรู้ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ สุดท้ายครูจะมีการตรวจสอบอย่างชัดเจนว่าแต่ละรายบุคคลเกิดการเรียนรู้หรือไม่อย่างไร ครูใช้เครื่องมือประจำอาชีพครู อันได้แก่ การสังเกตและแบบบันทึกพฤติกรรม แบบทดสอบ แบบประเมินคุณภาพผลการปฏิบัติงาน เป็นต้น เครื่องมือเหล่านี้ ครูมีรายละเอียดของการประเมินที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่กำหนดตามแผนการสอนของครู
ข้อมูลที่แสดงให้ครูรู้ว่านักเรียนเรียนรู้ตามที่กำหนดในแผนหรือไม่ ครูได้จดบันทึกในสมุดของครู ครูจะนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูด้วยการคัดลอกลงในท้ายกระดาษทดแผ่นที่สาม ดังตัวอย่าง การสอนของคณะครูโรงเรียนวัดบางน้ำชน ดังนี้
คณะครูโรงเรียนวัดบางน้ำชน ออกแบบการสอนด้วยกิจกรรมบูรณาการ ได้กำหนดสิ่งที่ต้องการให้นักเรียนเรียนรู้ 3 ข้อ คือ (1) ด้านความรู้ หรือพุทธิพิสัย ต้องการให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวกับจุลินทรีย์ EM ในด้านลักษณะชีวิตและความเป็นอยู่ และประโยชน์ (2) ด้านทักษะ หรือ ทักษะพิสัย ต้องการให้นักเรียนมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ด้วยการปฏิบัติการทดลองขยายจุลินทรีย์ EM และทักษะการใช้จุลินทรีย์ EM ในการรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กัน และ (3) ด้านความสุนทรีย์ หรือ จิตพิสัย ต้องการให้นักเรียนเป็นผู้นำการใช้จุลินทรีย์ EM ในการบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ในครอบครัวและในชุมชน ตลอดเวลาที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูใช้การสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ใช้การทดสอบวัดความรู้ และตรวจผลการทำงานซึ่งเป็นรายงานปฏิบัติการทดลอง ผลการปฏิบัติการสอน พบว่า การสอบใช้แบบทดสอบความรู้พื้นฐานเรื่อง EM กับทุกคน มีคะแนนเต็มเท่ากับ 30 คะแนน นักเรียนระดับชั้นประถมปีที่ 1-2 จำนวน 36 คน ได้คะแนนเฉลี่ย 15.7 นักเรียนระดับชั้นประถมปีที่ 3-4 จำนวน 43 คน ได้คะแนนเฉลี่ย 16.39 และ นักเรียนระดับชั้นประถมปีที่ 5-6 จำนวน 38คน ได้คะแนนเฉลี่ย 23.86 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ครูประเมินด้วยการสังเกตการทำงาน พบว่า ทุกคนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ส่วนในด้านสุนทรียภาพ ครูให้ทุกคนเขียนอนุทินในวันสุดสัปดาห์ถึงการเป็นผู้นำการใช้ EM พบว่านักเรียนทุกคนมีการนำ EM ไปใช้และสามารถอธิบายการใช้ให้กับผู้อื่นได้
จากตัวอย่างนี้ เพื่อนครูต่างโรงเรียนขอดูแผนการสอน เครื่องมือวัดผลการเรียนรู้ และแลกเปลี่ยนด้วยความสนใจ นอกจากงานสอนของคณะครูโรงเรียนวัดบางน้ำชนแล้ว ยังมีตัวอย่างที่พร้อมนำเสนอในวันอบรมของครูอีกหลายคน เช่น ครูสงวน สงวนจีน แห่งโรงเรียนบ้านหนองซ่อนผึ้งผดุงวิทย์ การสอนเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในโรงเรียนด้วยวิธีผสมผสาน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5-6 ครูชมพูนุช หิรัญวงษ์ แห่งโรงเรียนบ่อสุพรรณวิทยา การสอนเรื่องการหาพื้นที่และปริมาตรของพีรามิดและปริซึม ด้วยการปฏิบัติการ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ครูนภาพร ศรีทองทรัพย์ แห่งโรงเรียนวัดหนองลาน การสอนเรื่องคุณค่าอาหาร ชั้นอนุบาล 2 ครูรัชนีกร อุดมผล แห่งโรงเรียน บางลี่วิทยา การสอนเรื่องการเปลี่ยนแปลงของเปลือโลก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ด้วยเทคนิค การสร้างโมเดล เป็นต้น
ครูได้ทบทวนสิ่งที่ได้ทำไปด้วยความตั้งใจ และผลที่เกิดกับผู้เรียน ครูกำลังกลับไปทำกระดาษทดแผ่นที่สี่ และ ห้า แล้วนำมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอนในวันต่อไป ผู้สนใจ โปรดติดตาม